คำสั่งให้ระงับเหตุรำคาญ เพียงคาดคะเนว่าเสียงดังเกินมาตรฐานได้หรือ !?
ศาลปกครองสูงสุดย้ำ – คำสั่งต้องมีหลักฐานการวัดเสียงที่เชื่อถือได้
บทนำ
หลายพื้นที่ในประเทศไทยมักเผชิญปัญหา “เสียงรบกวน” จากกิจการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน ร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงกลางชุมชน โดยเฉพาะเมื่อมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานท้องถิ่น บางครั้งเจ้าหน้าที่อาจรีบออกคำสั่ง “ระงับเหตุรำคาญ” หรือ “สั่งหยุดกิจการชั่วคราว” โดยไม่ได้มีการตรวจวัดเสียงอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
คำถามคือ : การคาดคะเนว่าเสียงน่าจะดังเกินมาตรฐาน ถือว่าเพียงพอหรือไม่ ?
คดีนี้จากศาลปกครองสูงสุด (อ. 58/2567) ให้คำตอบที่ชัดเจนว่า “ไม่เพียงพอ”

ภูมิหลังของคดี
คดีนี้เกิดจากคำสั่งของสำนักงานเขตแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งได้รับคำร้องเรียนจากประชาชนว่ามีร้านอาหารเปิดเพลงเสียงดังรบกวน โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งให้ร้านดังกล่าว “ระงับเหตุรำคาญ” และลดระดับเสียงลงทันที
อย่างไรก็ตาม ศาลพบว่า ก่อนออกคำสั่งดังกล่าว หน่วยงานรัฐ ไม่ได้ทำการตรวจวัดเสียงตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เช่น ไม่ได้ระบุจุดวัด เวลา หรือผลการตรวจระดับ dB(A) ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับ ที่ 29 (พ.ศ. 2550)
ผู้ประกอบการจึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โดยให้เหตุผลว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะออกโดยอาศัยเพียงความเห็นส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ว่า “เสียงน่าจะดังเกินไป”
คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า คำสั่งระงับเหตุรำคาญที่ไม่มีพยานหลักฐานเชิงเทคนิคสนับสนุน ถือว่าไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายและหลักความเป็นธรรมทางปกครอง
“การออกคำสั่งทางปกครองต้องอาศัยข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นคำสั่งที่กระทบสิทธิของผู้ประกอบการ”
ศาลเห็นว่า การคาดคะเนหรือการฟังด้วยหูของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่หลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่จะนำไปสู่การออกคำสั่งจำกัดสิทธิของผู้อื่น จึงมีคำพิพากษาให้ เพิกถอนคำสั่งระงับเหตุรำคาญของสำนักงานเขต
หลักการสำคัญจากคดีนี้
-
ทุกคำสั่งต้องมีหลักฐานวัดเสียงจริง
การออกคำสั่งโดยไม่มีข้อมูลการตรวจวัด ถือว่าขาดความชอบด้วยกฎหมาย -
มาตรฐานทางเทคนิคคือเกราะป้องกันของทุกฝ่าย
ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนต้องได้รับการคุ้มครองจาก “การคาดเดา”
การมีหลักฐานเสียงจะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้ทั้งสองด้าน -
หน่วยงานรัฐต้องเพิ่มความเชี่ยวชาญ
ศาลได้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ต้องมีความรู้เรื่องการวัดเสียงและขั้นตอนทางเทคนิค
ผลกระทบต่อหน่วยงานและผู้ประกอบการ
-
หน่วยงานท้องถิ่นจะต้องปรับวิธีการดำเนินงาน โดยตรวจวัดเสียงตามมาตรฐานก่อนออกคำสั่งทุกครั้ง
-
ผู้ประกอบการควรเก็บข้อมูลเสียงของกิจการไว้เป็นหลักฐาน เพื่อตรวจสอบและป้องกันการออกคำสั่งไม่เป็นธรรม
-
ประชาชนควรรู้ว่าการร้องเรียนควรแนบหลักฐาน เช่น คลิปเสียง หรือรายงานการวัดระดับ dB(A) เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับคำร้อง
ข้อคิดจากคดีนี้
คดีนี้สะท้อนถึงการพัฒนาของแนวทางกฎหมายสิ่งแวดล้อมไทยที่เริ่มเน้น “หลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์” มากกว่าความรู้สึกหรือการประเมินของเจ้าหน้าที่
การบริหารจัดการเสียงในชุมชนจึงต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านเทคนิคและความเข้าใจทางกฎหมาย เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและเป็นธรรม