จีโอนอยซ์ – พันธมิตรที่คุณไว้ใจได้ด้านอะคูสติกและการควบคุมเสียง

กลางเดือนเมษายน 2568 ศาลปกครองได้มีคำพิพากษาเกี่ยวกับปัญหา เสียงรบกวนจากสถานบันเทิงยามค่ำคืน ที่อยู่ใกล้ชุมชนในเขตชุมชนแห่งหนึ่ง คดีนี้ถือว่าเป็นกรณีศึกษาเพราะสะท้อนการใช้กฎหมายควบคุมมลพิษทางเสียงในพื้นที่เมืองและสิทธิของผู้อยู่อาศัยที่จะมีสิ่งแวดล้อมที่สงบสุข

เหตุการณ์และข้อเท็จจริง

  • กลุ่มผู้อาศัยบริเวณดังกล่าวร้องเรียนว่ามีเสียงเพลงจากสถานบันเทิง (ผับ/คาราโอเกะ) ดังเกินกว่าค่ามาตรฐานตลอดทั้งคืน ส่งผลให้พักผ่อนไม่เพียงพอและเกิดความเครียด

  • จากการตรวจวัดระดับเสียงโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าช่วงเวลากลางคืนระดับเสียงเฉลี่ยอยู่ที่ 75–80 เดซิเบล เอ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

  • ผู้ร้องจึงยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้สถานบันเทิงดังกล่าวลดเสียงและจำกัดเวลาเปิด–ปิด และให้หน่วยงานรัฐใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างจริงจัง

ภาพการ์ตูนสไตล์วินเทจแสดงบาร์กลางคืนกับคลื่นเสียงและเวลากลางคืน พร้อมข้อความ “คดีเสียงจากบาร์ 10 เมษายน 2568” และโลโก้ Geonoise ที่มุมล่างซ้ายและฆ้อนศาลที่มุมล่างขวา
ภาพการ์ตูนสไตล์วินเทจแสดงบาร์กลางคืนกับคลื่นเสียงและเวลากลางคืน พร้อมข้อความ “คดีเสียงจากบาร์ 10 เมษายน 2568” และโลโก้ Geonoise ที่มุมล่างซ้ายและฆ้อนศาลที่มุมล่างขวา

คำพิพากษาและเหตุผล

ศาลปกครองพิจารณาพยานหลักฐานและเห็นว่าเสียงจากสถานบันเทิงก่อให้เกิด “เหตุรำคาญ” ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข และละเมิดสิทธิในการมีสภาพแวดล้อมที่ดีของชุมชน จึงมีคำสั่งดังนี้:

  1. ให้สถานบันเทิงปรับลดระดับเสียงทันที โดยติดตั้งระบบกันเสียงและควบคุมความดังของระบบเสียงให้ไม่เกินมาตรฐานในช่วงเวลาหลัง 22.00 น. เป็นต้นไป

  2. จำกัดเวลาเปิด–ปิด ให้ปิดบริการไม่เกินเที่ยงคืนของทุกวัน และหากฝ่าฝืนสามารถสั่งปิดชั่วคราวได้

  3. มอบหมายหน่วยงานท้องถิ่น ตรวจวัดเสียงอย่างสม่ำเสมอ และออกคำสั่งทางปกครองเมื่อพบว่ามีการละเมิดซ้ำ

  4. ชดเชยเยียวยา ผู้อาศัยที่ได้รับผลกระทบตามความเสียหายที่เกิดขึ้น (หากมีการพิสูจน์มูลค่าความเสียหาย)

ศาลย้ำว่าการจัดการเรื่องเสียงรบกวนไม่เพียงเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการ แต่หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่เช่นนั้นประชาชนอาจใช้สิทธิฟ้องร้องต่อศาลได้อีก

สิ่งที่ได้เรียนรู้

คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้กฎหมายคุ้มครองสิทธิชุมชนจากมลพิษทางเสียงและสาธารณสุข ดังนั้นผู้ประกอบการสถานบันเทิงควร:

  • ตรวจสอบและปรับปรุงระบบเสียงให้เป็นไปตามมาตรฐาน

  • เคารพเวลาพักผ่อนของชุมชน เช่น จำกัดเวลาเปิด–ปิดตามที่กฎหมายกำหนด

  • ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นในการติดตามและแก้ไขปัญหา

ในทางกลับกัน ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้สิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐและศาลปกครองได้ หากพบว่าการดำเนินงานของสถานบันเทิงสร้างความเดือดร้อนรำคาญเกินควร

อ้างอิง

  • คำพิพากษาศาลปกครองกลาง วันที่ 10 เมษายน 2568 (คดีเกี่ยวกับเสียงรบกวนจากสถานบันเทิง)

คำพิพากษาศาลปกครอง: จัดการเสียงรบกวนจากสถานบันเทิงยามค่ำคืน (10 เมษายน 2568)
Scroll to top