จีโอนอยซ์ – พันธมิตรที่คุณไว้ใจได้ด้านอะคูสติกและการควบคุมเสียง

ภาพรวมของคดี

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวต่อกรณีโรงงานแห่งหนึ่งในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถูกชุมชนโดยรอบร้องเรียนว่าเสียงดังรบกวนและทำให้เกิดปัญหาไฟตกบ่อยครั้ง คำสั่งนี้เป็นการแก้ไขเบื้องต้นระหว่างที่ศาลพิจารณาคดีหลัก โดยกำหนดให้โรงงานดำเนินมาตรการลดเสียงและปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชน

ภาพประกอบแสดงโรงงานที่มีเสียงดังและปัญหาไฟตก พร้อมข้อความ “โรงงานต้องลดเสียงและแก้ไขปัญหาไฟตก” และโลโก้ Geonoise ที่มุมล่างซ้าย

ข้อเท็จจริง

  • ผู้ฟ้องคดี : ชาวบ้านและองค์กรชุมชนในพื้นที่รอบโรงงาน ซึ่งได้รับผลกระทบจากเสียงรบกวนและแรงดันไฟตก

  • ผู้ถูกฟ้องคดี : โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง (ชื่อและเลขที่ตามคำสั่งศาล) พร้อมด้วยหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลโรงงาน

  • ลักษณะการร้องเรียน :

    • โรงงานส่งเสียงดังต่อเนื่องจากเครื่องจักรและการขนถ่ายสินค้าในช่วงกลางวันถึงกลางคืน

    • เกิดปัญหาไฟตกและไฟดับบ่อยครั้ง ขณะที่โรงงานกำลังใช้งานเครื่องจักรกำลังสูง

    • ชุมชนเคยร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐแล้ว แต่เห็นว่าไม่มีการแก้ไขที่ชัดเจน

คำสั่งของศาล

ศาลปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อป้องกันมิให้ความเดือดร้อนของผู้ฟ้องคดียืดเยื้อ จึงมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยมีสาระสำคัญดังนี้:

  1. ให้โรงงานลดระดับเสียง : ภายใน 30 วันนับจากวันที่มีคำสั่ง โรงงานต้องติดตั้งอุปกรณ์ลดเสียงและปรับปรุงระบบปิดคลุมแหล่งกำเนิดเสียงให้ได้ระดับเสียงตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และจัดทำรายงานผลการวัดเสียงเสนอต่อศาลและหน่วยงานที่กำกับดูแล

  2. แก้ปัญหาแรงดันไฟตก : ให้โรงงานร่วมมือกับการไฟฟ้าฯ ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและปรับปรุงอุปกรณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงดันไฟตก ส่งผลต่อบ้านเรือนในชุมชน

  3. การตรวจติดตาม : หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปตรวจสอบสถานะการปฏิบัติตามคำสั่งของโรงงานทุก 15 วัน พร้อมรายงานต่อศาลเป็นระยะ

  4. บทกำชับ : หากโรงงานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ศาลระบุว่าอาจมีคำสั่งระงับการประกอบกิจการชั่วคราวจนกว่าจะมีการแก้ไขครบถ้วน

เหตุผลและหลักกฎหมาย

ศาลเห็นว่าการร้องเรียนมีมูลตามพยานหลักฐาน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าระดับเสียงจากโรงงานเกินมาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดจนปัญหาไฟตกที่อาจเกิดจากการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงในช่วงเวลาที่โรงงานทำงาน ทั้งนี้ คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจึงเป็นการรักษาประโยชน์ชั่วคราวเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายร้ายแรงขณะรอผลคดีหลัก

สิ่งที่เรียนรู้จากคดีนี้

  • ศาลให้ความสำคัญกับหลักฐานการวัดเสียงและพลังงาน : การอ้างว่ามีเสียงดังหรือปัญหาไฟตกต้องมีการวัดและตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ศาลจึงจะใช้เป็นฐานในการสั่งคุ้มครองได้

  • มาตรการคุ้มครองชั่วคราวเป็นเครื่องมือสำคัญ : แม้คดียังไม่ถึงที่สุด ศาลสามารถสั่งแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน

  • การมีส่วนร่วมของหน่วยงานรัฐ : หน่วยงานกำกับดูแลต้องทำหน้าที่ติดตามและบังคับใช้คำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การคุ้มครองเกิดผลจริง

บทสรุป

คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมและอำนาจศาลในการปกป้องสิทธิของชุมชนจากเสียงรบกวนและความไม่สะดวกในการใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวนี้ช่วยลดผลกระทบขณะรอการพิจารณาคดีหลัก และเตือนให้ผู้ประกอบการใส่ใจผลกระทบด้านเสียงและพลังงานต่อชุมชนรอบข้าง

คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว (3 เม.ย. 2568): โรงงานต้องลดเสียงและแก้ปัญหาไฟตก
Scroll to top