จีโอนอยซ์ – พันธมิตรที่คุณไว้ใจได้ด้านอะคูสติกและการควบคุมเสียง

เราจะวัดค่าความชัดเจนของเสียงในพูดระบบเสียงที่ใช้เพื่อการสื่อสารในที่สาธารณะหรือในสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้อย่างไร

เสียงพูดที่ผ่านระบบ PA system นั้นไม่ใช่แค่ว่าต้องเสียงดัง แต่ต้องให้เข้าใจรูปประโยคในการสื่อสารอย่างชัดเจน และการเรื่องของความเข้าใจในเสียงพูดไปใช้ในด้านของความปลอดภัย ประกาศสัญญาณเตือนภัย ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน ISO7731 ที่เน้นไปในเรื่องของระดับเสียงแจ้งเตือนไปจนถึงความชัดเจนของเสียงพูดของอุปกรณ์ส่งสัญญาณ ตามมาตรฐาน ISO7240-19 หรือ NFPA 72 ที่มีเสียงประกาศเข้ามาเกี่ยวข้อง

ในช่วงยุค 70s STI (Speech Transmission Index) ถูกพัฒนาโดย Tammo Houtgast และ Herman Steeneken ในปี 1971 ที่สถาบัน The Netherlands Organisation of Applied Scientific Research (TNO) ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อแทนที่การทดสอบความชัดเจนของเสียงพูดที่ใช้เวลานาน โดยพัฒนาให้เป็นวิธีวัดแบบอัตโนมัติและรวดเร็วขึ้น

ต่อมาได้มีการพัฒนา RASTI (Room Acoustics STI) เพื่อใช้งานวัดในห้อง และใช้เวลาน้อยกว่าเดิมมาก แต่ RASTI ไม่เหมาะกับระบบที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า (electro-acoustic) เช่น ลำโพงหรือไมโครโฟน ทำให้ผลการวัดคลาดเคลื่อน

ในช่วงปี 2000 TNO จึงพัฒนา STIPA ซึ่งเหมาะกับการประเมิน ระบบประกาศสาธารณะ (PA systems) และกลายเป็นวิธีหลักที่ใช้แทน RASTI โดย Jan Verhave เป็นหัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) ด้าน Acoustics และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์เสียง Bedrock  และ Herman Steeneken จึงเริ่มพัฒนาเทคนิคการวัดแบบใหม่ที่ต่อมาเรียกว่า STIPA (Speech Transmission Index for Public Address systems) ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานในระบบ PA จริง

RASTI ถูกยกเลิกโดยมาตรฐานสากล IEC ในปี 2011 เมื่อมีการปรับปรุง STI ในมาตรฐาน IEC 60268-16 ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงหลายด้าน เช่น masking, redundancy และการประยุกต์ใช้กับกลุ่มผู้ฟังพิเศษ ปัจจุบัน STIPA เป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุด ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลในด้านการวัด STI/STIPA และการวิเคราะห์ระบบเสียงในงานวิศวกรรมเสียงขั้นสูง

การกำหนดมาตรฐานและเครื่องมือในการวัดค่าความชัดเจนของเสียงพูดของระบบ PA System STIPA: Speech Intelligibility of Public Address System

สามารถทำได้โดยใช้วิธีที่เป็นมาตรฐานและเครื่องมือเฉพาะซึ่งเป็น Function ในเครื่องวิเคราะห์ระดับเสียงของ Bedrock  ซึ่ง วิธีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในระดับสากล คือ การวัดค่า STIPA (Speech Transmission Index for Public Address systems) และได้มีการกำหนด Scale มาตรฐานที่เป็นสากลเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินโดยใช้เป็นค่าดัชนี STI (Speech Transmission Index) เป็นค่าตัวเลขที่แสดงถึงคุณภาพของช่องทางการสื่อสาร โดยมีค่าอยู่ระหว่าง 0 (แย่) ถึง 1 (ดีเยี่ยม) ซึ่งค่า STI อย่างน้อย 0.5 ถือว่าเหมาะสมสำหรับการใช้งานทั่วไป

CIS = 1 + log(STI) เพื่อให้การตีความค่าความชัดเจนของเสียงพูดทำได้ง่ายและเป็นเชิงเส้นมากขึ้น

STI (Speech Transmission Index) ใช้ในการ คาดการณ์ความเป็นไปได้ ที่ผู้ฟังจะ เข้าใจพยางค์ คำ และประโยค ที่ได้ยินจากระบบเสียง

ตัวอย่างเช่น สำหรับ ผู้ฟังที่เป็นเจ้าของภาษา (native speakers) ค่าความเข้าใจมีแนวโน้มตามค่า STI ดังนี้:

STI

เข้าใจพยางค์ (Syllables)

เข้าใจคำ (Words)

เข้าใจประโยค (Sentences)

0 – 0.3

ต่ำมาก

ต่ำมาก

แทบไม่เข้าใจ

0.3 – 0.45

ต่ำ

ต่ำ

เกิดความเข้าใจน้อยมาก

0.45 – 0.6

พอใช้

ปานกลาง

พอเข้าใจได้ในบางบริบท

0.6 – 0.75

สูง

ดี

เข้าใจชัดเจนเกือบทั้งหมด

0.75 – 1

ดีมาก

ดีมาก

เข้าใจชัดเจนทุกประโยค

ตัวอย่างพยันชนะเมื่อมีค่า STI ต่ำจะเกิดความเข้าใจที่ผิดพลาด โดยเฉพาะเสียงพยัญชนะต้น/ท้าย เช่น p, t, s, b, d มักหายไปจากการรับรู้ หรือเกิดความไม่ชัดเจน

หรือในภาษาไทย เสียง พยัญชนะต้น/ท้าย เบา เช่น บ, ป, พ, ม, น หายไปในสัญญาณ หรือทำให้การได้ยินผิดเพี้ยนไป

ตัวอย่างประโยคภาษาไทยที่มักฟังผิดเมื่อ STIPA ต่ำ:

ประโยคที่พูด

อาจถูกฟังผิดเป็น

ไปซื้อปลา

ไปซื้อตา

นั่งรถไปบางนา

นั่งรบไปบางบาน

เขานับเลขได้

เขานับเด็กได้

ฝากบอกแม่ด้วย

ฝากบอกแน่ด้วย

มีไฟไหม้ที่โรงเรียน

มีใครไม่ที่โรงเรียน

กรุณาออกจากอาคาร

กรุณาบอกจากอาคาร

STI ยิ่งสูง ความเข้าใจในการสื่อสารของผู้ฟังยิ่งดีขึ้น

กราฟด้านบนแสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่า STI (Speech Transmission Index) กับ ความเข้าใจคำศัพท์ และ ความเข้าใจประโยค ในรูปแบบเปอร์เซ็นต์:

  • เมื่อค่า STI เพิ่มขึ้น ความเข้าใจคำและประโยคของผู้ฟังก็เพิ่มขึ้นตาม
  • ค่า STI ≥ 0.6–0.7 ถือว่าเริ่มมีความเข้าใจในระดับดี
  • ค่า STI ≥ 0.75 เหมาะสำหรับการประกาศในพื้นที่สาธารณะหรือในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในมาตรฐาน IEC 60268-16 ได้กำหนด ระดับคุณภาพ (qualification scale) ของค่า STI เพื่อให้สามารถปรับใช้ได้กับงานหลากหลายประเภท โดยใช้ระบบตัวอักษรแทนค่า STI ที่คำนวณได้

โดยที่ระดับ scale จะเรียกว่า “alpha-scale” และมีช่วงตั้งแต่ “U” (Unacceptable) ถึง “A+” (Excellent)

การวัดค่า STIPA ด้วย Bedrock ตามมาตรฐาน IEC 60268-16

ทำการวัดค่าความชัดเจนของเสียงพูด (STIPA) โดยใช้อุปกรณ์ Bedrock Elite เป็นเครื่องวิเคราะห์ระดับเสียงที่ได้ตามมาตรฐาน IEC61672-1 ซึ่งรองรับการวัดตามมาตรฐาน IEC 60268-16 อย่างสมบูรณ์แบบ

ภาพตัวอย่างเครื่องวัด STIPA จาก Bedrock Elite

ขั้นตอนการวัด:

  1. เปิดโหมดวัด STIPA บนอุปกรณ์ Bedrock Elite (เช่น รุ่น i5, i9, i10)
  2. ส่งสัญญาณทดสอบ STIPA ผ่านระบบประกาศ (PA System) โดยใช้ TalkBox หรือแหล่งสัญญาณที่ได้มาตรฐาน
  3. ระบบจะประมวลผลอัตโนมัติ ภายในเวลา 15–20 วินาที โดยประเมินความสามารถในการส่งผ่านเสียงพูดตามดัชนี Modulation Transfer
  4. ผลลัพธ์ที่แสดงบนหน้าจอประกอบด้วย:
    • STIPA Value: ค่าความชัดเจนของเสียงพูด (00–1.00)
    • Signal Level: ระดับเสียงในขณะวัด
    • Level per Octave Band: ระดับเสียงในแต่ละย่านความถี่
    • Modulation Transfer Index (MTI): ดัชนีการส่งผ่านความถี่มอดูเลชัน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการคำนวณ STI

ระบบการวัดของเครื่อง Bedrock จะรายงานค่า STIPA ทั้งในรูปแบบตัวเลข และระดับคุณภาพ (เช่น A, B, C ตาม alpha scale) เพื่อความเข้าใจง่ายและนำไปใช้งานได้อย่างสะดวก

หากค่าการวัด STIPA ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

ประสบการณ์ของ Geonoise สามารถให้คำแนะนำและดำเนินการปรับปรุงระบบเสียงได้อย่างเหมาะสม ทั้งในด้านการคำนวณการปรับแต่งคุณลักษณะทางเสียงของพื้นที่ใหม่ได้มาซึ่งระดับความชัดเจนที่เหมาะสมทั้งในรูปแบบ Indoor และ Outdoor การคำนวณโดยอิงหลักทางวิชาการ การปรับตำแหน่งหรือจำนวนลำโพงที่เหมาะสมโดยการคำนวณทางวิศวกรรม (Loudspeaker Placement Optimization) หรือการตั้งค่าระบบเสียง เช่น ระดับเสียง, ความถี่ และการลดเสียงรบกวนจากแหล่งกำเนิดอื่นๆ

เพื่อให้ระบบเสียงของคุณ มีค่าความชัดเจนของเสียงพูด (STIPA) อยู่ในระดับที่เหมาะสม และผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

เราจะวัดค่าความชัดเจนของเสียงในพูดระบบเสียงที่ใช้เพื่อการสื่อสารในที่สาธารณะหรือในสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้อย่างไร
Scroll to top