Acoustic Camera — เห็นว่าเสียงมาจากไหน ก่อนจ่ายเงินแก้
เครื่องวัดระดับเสียงบอกได้ว่าเสียงดังเท่าไร แต่บอกไม่ได้ว่ามาจากไหน ในโรงงานที่มีวาล์ว ปั๊ม พัดลม และท่อนับสิบจุด หรือในบ้านที่มีเสียง "แคร็ก" จากหลังคาทุกเช้าตอนแดดเริ่มร้อน คำถามที่แพงที่สุดไม่ใช่ "ดังแค่ไหน" แต่คือ "ชิ้นไหน" เพราะถ้าตอบผิด คุณจะจ่ายค่าครอบเครื่องจักรผิดตัว เปลี่ยนวาล์วผิดตัว หรือรื้อฝ้าผิดจุด
Acoustic Camera ตอบคำถามนั้นด้วยภาพ ไมโครโฟน 128 ตัวบันทึกเสียงพร้อมกัน แล้วซ้อนแผนที่ระดับเสียงลงบนภาพวิดีโอแบบเรียลไทม์ แหล่งกำเนิดเสียงจึงปรากฏเป็นจุดบนอุปกรณ์จริง จัดลำดับได้ว่าจุดไหนดังกว่ากันเท่าไร และวัดค่าการมีส่วนร่วมของแต่ละจุดต่อระดับเสียงรวมได้ ทั้งก่อนและหลังแก้ไข Geonoise ไม่ขายอุปกรณ์และไม่ขายมาตรการลดเสียง ภาพที่คุณได้จึงชี้ไปที่สาเหตุจริง ไม่ใช่สินค้าที่ใครอยากขาย
เราถูกเรียกใช้เมื่อใด
- โรงงานและโรงไฟฟ้า — ระบุว่าวาล์ว ปั๊ม คอมเพรสเซอร์ พัดลม หรือช่วงท่อใดเป็นตัวกำหนดระดับเสียงที่แนวเขตหรือที่จุดทำงาน จัดลำดับก่อนลงทุน แล้ววัดซ้ำหลังแก้ไขเพื่อพิสูจน์ว่าเงินที่จ่ายไปลดเสียงได้จริง
- การเปลี่ยนชิ้นส่วนและงานซ่อมบำรุง — เปลี่ยนวาล์วหรือหัวฉีดหนึ่งตัวแล้วเสียงเปลี่ยนไปเท่าไร วัดการมีส่วนร่วมของชิ้นส่วนนั้นต่อเสียงรวมก่อนและหลัง แทนการเดาจากค่ารวมที่แนวเขต
- การรั่วของอากาศอัดและก๊าซ — จุดรั่วในระบบอากาศอัด ไอน้ำ หรือก๊าซ ปรากฏเป็นแหล่งเสียงความถี่สูงบนภาพ ค้นได้ทั่วทั้งไลน์ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
- อาคารและที่พักอาศัย — เสียงหลังคาที่ "แคร็ก" ตอนอุณหภูมิเปลี่ยน เสียงกระแทกที่วิ่งไปตามโครงสร้าง เสียงจากงานระบบที่ไม่รู้ว่ามาจากพัดลมตัวไหน หรือช่องรั่วเสียงที่ผนัง ประตู และหน้าต่าง ระบุตำแหน่งบนภาพก่อนรื้อ
- ข้อพิพาทและข้อร้องเรียน — เมื่อคู่กรณีเถียงว่าเสียงมาจากฝั่งไหน ภาพที่แสดงแหล่งกำเนิดพร้อมค่าที่วัดได้ยุติข้อถกเถียงได้เร็วกว่ารายงานตัวเลขอย่างเดียว และใช้ประกอบรายงานพยานผู้เชี่ยวชาญได้
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ — เครื่องจักร ตู้ครอบ ประตู หรือแผ่นผนังของคุณทำค่าไม่ถึง ภาพเสียงชี้ว่าพลังงานหลุดออกทางไหน ก่อนที่จะออกแบบใหม่ทั้งชิ้น
ทำไมต้อง 128 ไมโครโฟน
ทุก Acoustic Camera สร้างภาพจากความต่างของเวลาที่เสียงมาถึงไมโครโฟนแต่ละตัว จำนวนไมโครโฟนและขนาดของอาร์เรย์จึงเป็นตัวกำหนดว่ากล้องแยกแหล่งเสียงสองจุดที่อยู่ใกล้กันได้หรือไม่ มองเห็นแหล่งที่เบากว่าแหล่งหลักได้กี่เดซิเบล และใช้งานได้ต่ำถึงความถี่ใด
- ความละเอียดเชิงพื้นที่ — วาล์วสองตัวห่างกันหนึ่งเมตรบนท่อเดียวกัน แยกกันได้บนภาพ ไม่กลายเป็นจุดเบลอจุดเดียว
- ช่วงไดนามิก — แหล่งเสียงรองที่เบากว่าแหล่งหลักยังปรากฏบนภาพ ซึ่งสำคัญเมื่อคุณแก้แหล่งหลักไปแล้วและต้องรู้ว่าตัวถัดไปคืออะไร
- บันทึกทั้งเหตุการณ์ — ข้อมูลทุกช่องถูกบันทึกไว้ วิเคราะห์ย้อนหลังได้ทีละช่วงเวลาและทีละย่านความถี่ เสียงที่เกิดครั้งเดียวตอนตีห้าครึ่งจึงไม่หายไป
- เทียบกับหัววัดความเข้มเสียง — การสแกนความเข้มเสียงตาม ISO 9614-2 วัดค่ากำลังเสียงได้แม่นยำ แต่ต้องกวาดทีละจุด ใช้เวลานาน และจับเหตุการณ์ชั่วครู่ไม่ได้ เราใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน กล้องหาและจัดลำดับ หัววัดยืนยันตัวเลขในจุดที่ต้องใช้ค่าตามมาตรฐาน
เสียงที่เกิดครั้งเดียวต่อวัน
เสียงที่ยากที่สุดคือเสียงที่ไม่เกิดตอนช่างมาถึง หลังคาโลหะที่ขยายตัวตอนแดดแรก โครงสร้างที่หดตัวตอนอากาศเย็นลง เครื่องจักรที่ดังเฉพาะช่วงเปลี่ยนโหลด สำหรับงานแบบนี้เราตั้งกล้องล่วงหน้าและบันทึกต่อเนื่องครอบคลุมช่วงเวลาที่เหตุการณ์เกิด แล้ววิศวกรเปิดดูย้อนหลังทีละเหตุการณ์ ภาพจะแสดงว่าเสียงเกิดที่จุดต่อ แป หรือแผ่นใด และเกิดที่จุดเดียวหรือวิ่งไปตามโครง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่างมุงหลังคาต้องใช้ก่อนแก้ และเป็นหลักฐานที่ผู้รับเหมาหรือผู้ขายโครงการเถียงได้ยาก
ขอบเขตของวิธีนี้ — บอกตรง ๆ
- ความถี่ต่ำมาก — ความละเอียดของภาพลดลงตามความถี่ เสียงหึ่งความถี่ต่ำจากหม้อแปลงหรือเครื่องทำน้ำเย็นจึงใช้กล้องร่วมกับการวัดความสั่นสะเทือนและการวิเคราะห์สเปกตรัม ไม่ใช่กล้องอย่างเดียว
- เสียงที่มาจากด้านหลังกำแพงทึบ — กล้องเห็นพื้นผิวที่แผ่เสียง ไม่ใช่ต้นตอที่ซ่อนอยู่หลังนั้น เราตีความภาพร่วมกับความรู้ว่าเสียงเดินทางผ่านโครงสร้างอย่างไร
- ตัวเลขเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย — ภาพจากกล้องบอกว่าอะไรอยู่ที่ไหน ค่าที่ใช้ยื่นต่อหน่วยงานยังวัดด้วยเครื่องวัดระดับเสียง Class 1 ตาม ISO 1996-2 ตามปกติ และรายงานฉบับเดียวกันมีทั้งสองอย่าง
คุณจะได้รับอะไร
- ภาพเสียงพร้อมคำอธิบาย แสดงตำแหน่งแหล่งกำเนิดเสียงบนอุปกรณ์หรือโครงสร้างจริง แยกตามย่านความถี่ที่เกี่ยวข้อง
- ตารางจัดลำดับแหล่งเสียง พร้อมค่าการมีส่วนร่วมของแต่ละแหล่งต่อระดับเสียงรวมที่จุดรับเสียงหรือแนวเขต
- ในงานแก้ไข — ภาพและค่าก่อนและหลัง เพื่อพิสูจน์ว่ามาตรการที่จ่ายไปได้ผลกี่เดซิเบล
- ลำดับความสำคัญของการแก้ไขที่ให้ผลต่อบาทสูงสุด โดยไม่มีส่วนได้เสียว่าคุณจะซื้ออะไร
- รายงานที่ลงนามโดยวิศวกรที่ระบุชื่อได้ ใช้ประกอบรายงาน EIA รายงานผู้เชี่ยวชาญ หรือการเจรจากับผู้รับเหมาได้
มาตรฐานและวิธีการ
การถ่ายภาพเสียงแบบ beamforming ด้วยอาร์เรย์ 128 ไมโครโฟน บันทึกทุกช่องเพื่อวิเคราะห์ย้อนหลัง · ISO 9614-2 (การสแกนความเข้มเสียง) · ISO 3747 (กำลังเสียง ณ ที่ติดตั้ง) · ISO 1996-2 · ISO 16283-1 และ ISO 16283-3 · ISO 11820 (ตัวเก็บเสียงในระบบท่อ ณ ที่ติดตั้ง) · IEC 61672-1 Class 1 · เครื่องมือสอบเทียบจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025
คำถามที่พบบ่อย
Acoustic Camera คืออะไร ต่างจากเครื่องวัดเสียงอย่างไร?
เครื่องวัดระดับเสียงมีไมโครโฟนตัวเดียวและบอกค่าระดับเสียง ณ จุดนั้น Acoustic Camera มีไมโครโฟนหลายสิบถึงหลายร้อยตัว ประมวลผลความต่างของเวลาที่เสียงมาถึงแต่ละตัว แล้วสร้างแผนที่ระดับเสียงซ้อนบนภาพวิดีโอ คุณจึงเห็นว่าเสียงมาจากตรงไหนของเครื่องจักรหรืออาคาร ไม่ใช่แค่รู้ว่าดังเท่าไร
หาเสียงที่เกิดแค่ครั้งเดียวต่อวันได้ไหม เช่น หลังคาแคร็กตอนเช้า?
ได้ นี่คือกรณีที่กล้องเหนือกว่าการเดินสำรวจด้วยหัววัด เราตั้งกล้องล่วงหน้าให้ครอบคลุมช่วงเวลาที่เสียงมักเกิด บันทึกทุกช่องต่อเนื่อง แล้วเปิดวิเคราะห์ย้อนหลังทีละเหตุการณ์ ภาพจะชี้ว่าเสียงเกิดที่จุดต่อหรือแผ่นใดของหลังคา และเกิดที่จุดเดียวหรือหลายจุดต่อเนื่องกัน
วัดได้ไหมว่าวาล์วตัวเดียวมีส่วนต่อเสียงรวมเท่าไร?
ได้ นี่คือการใช้งานหลักในโรงงาน ภาพเสียงถูกแยกตามตำแหน่งและย่านความถี่ จึงระบุค่าการมีส่วนร่วมของแหล่งเสียงที่เลือกได้ เมื่อคุณเปลี่ยนวาล์วหรือติดตั้งตัวเก็บเสียง เราวัดซ้ำในสภาพเดียวกันและรายงานผลต่างเป็นเดซิเบล พร้อมภาพก่อนและหลัง
ใช้กลางแจ้งและวัดจากระยะไกลได้หรือไม่?
ได้ อาร์เรย์ทำงานกลางแจ้งและชี้ไปที่โรงงาน แนวท่อ หรือผิวอาคารจากระยะหลายสิบเมตรได้ ระยะทางไกลขึ้นแลกกับความละเอียดที่ลดลง เราเลือกตำแหน่งกล้องให้เหมาะกับขนาดของสิ่งที่ต้องแยก
แล้วเสียงหึ่งความถี่ต่ำล่ะ?
ความละเอียดของภาพลดลงตามความถี่ สำหรับเสียงหึ่งจากหม้อแปลง เครื่องทำน้ำเย็น หรือปั๊ม เราใช้กล้องเพื่อตัดตัวเลือกร่วมกับการวัดความสั่นสะเทือนที่ตัวเครื่องและการวิเคราะห์สเปกตรัมที่จุดรับเสียง ซึ่งเป็นวิธีที่ยืนยันแหล่งความถี่ต่ำได้แน่นอนกว่า
กล้องราคาถูกรุ่นใหม่ทำแบบเดียวกันได้ไหม?
กล้องขนาดเล็กที่มีไมโครโฟนไม่กี่สิบตัวเหมาะกับการหาจุดรั่วอากาศอัดหรือแหล่งเสียงเดี่ยวที่ดังชัด ข้อจำกัดอยู่ที่การแยกแหล่งเสียงที่อยู่ใกล้กัน การมองเห็นแหล่งรองที่เบากว่าแหล่งหลัก และช่วงความถี่ต่ำ อาร์เรย์ 128 ไมโครโฟนที่บันทึกทุกช่องให้ข้อมูลเพียงพอสำหรับการจัดลำดับและการวัดการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้ตัดสินใจลงทุน
การสำรวจใช้เวลานานแค่ไหน?
โรงงานหรืออาคารทั่วไปใช้เวลาหน้างานครึ่งวันถึงหนึ่งวัน เสียงที่เกิดเฉพาะเวลาต้องตั้งกล้องรอครอบคลุมช่วงเวลานั้น เราแจ้งกำหนดการและขอบเขตพร้อมใบเสนอราคา
ใช้แทนการตรวจวัดเพื่อยื่นหน่วยงานได้ไหม?
ไม่ได้ และไม่ควร ค่าที่ยื่นต่อหน่วยงานวัดด้วยเครื่องวัดระดับเสียง Class 1 ตามวิธีที่กฎหมายกำหนด กล้องตอบคำถามถัดไปว่าถ้าเกินเกณฑ์แล้วต้องแก้ที่ไหน รายงานฉบับเดียวกันมีได้ทั้งสองอย่าง
ถ้าเราจ้างคุณแก้สิ่งที่กล้องพบ จะมีผลประโยชน์ขัดกันหรือไม่?
ไม่มี เพราะเราไม่ขายและไม่ติดตั้งมาตรการลดเสียง เราชี้แหล่งเสียง จัดลำดับ ระบุวิธีแก้ และวัดซ้ำว่าได้ผล แต่ไม่มีส่วนได้เสียกับการที่มันจะแพง