เสียงสิ่งแวดล้อม (EIA)
โครงการขนาดใหญ่ เช่น ถนน สนามบิน โรงไฟฟ้า และนิคมอุตสาหกรรม ต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ด้านเสียงและการสั่นสะเทือน เราจัดทำรายงาน EIA Noise โดยผสมผสานการวัดภาคสนาม การวิเคราะห์ทางสถิติ และการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ทางเสียงตามมาตรฐานสากล เพื่อให้โครงการสอดคล้องกับกฎหมายและได้รับการยอมรับจากชุมชน
ขอบเขตงาน
- ศึกษาคุณลักษณะโครงการและกำหนดขอบเขตการประเมินเสียง
- วัดระดับเสียงพื้นฐาน (baseline) ในพื้นที่ศึกษา
- สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์การแพร่กระจายเสียงเพื่อทำนายผลกระทบในระยะก่อสร้างและดำเนินงาน
- ประเมินการสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานเสียงของประเทศ
- ออกแบบและประเมินมาตรการลดเสียง เช่น กำแพงกันเสียง การวางผังอาคาร การจำกัดเวลาใช้งาน
- จัดทำ noise chapter ในรายงาน EIA พร้อมแผนที่เสียงและผลการคำนวณ
- ติดตั้งระบบตรวจวัดเสียงสิ่งแวดล้อมแบบ online ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง — เครื่องวัด IEC 61672-1 Class 1 เชื่อมต่อคลาวด์ แดชบอร์ดเรียลไทม์ และแจ้งเตือนอัตโนมัติทางอีเมล/SMS เมื่อเสียงเกินเกณฑ์
- ให้คำปรึกษาในการรับฟังความคิดเห็นและสื่อสารกับชุมชน
มาตรฐานและวิธีการ
อ้างอิง ISO 1996-1/-2 สำหรับการวัดเสียงสิ่งแวดล้อม, ISO 9613-2 สำหรับการคำนวณการลดทอนเสียง โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ SoundPLAN, แนวทาง WHO Guidelines for Community Noise และข้อกำหนดของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)
ผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับ
- รายงาน EIA Noise Chapter พร้อมข้อมูลพื้นฐาน การจำลองทางคณิตศาสตร์ทางเสียง และมาตรการลดเสียง
- แผนที่เสียง Day/Night และระหว่างก่อสร้าง
- ตารางเปรียบเทียบระดับเสียงกับเกณฑ์ทางกฎหมาย
- แผนการติดตามตรวจสอบเสียงหลังโครงการเริ่มดำเนินการ
- ระบบ online monitoring พร้อมรายงานสรุปรายวัน/รายสัปดาห์/รายเดือนแบบดาวน์โหลดได้ และการบำรุงรักษา-สอบเทียบตามกำหนด
คำถามที่พบบ่อย
EIA ด้านเสียงคืออะไร?
เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ประเมินผลกระทบทางเสียงและการสั่นสะเทือนจากโครงการต่อชุมชน พร้อมเสนอแนวทางลดผลกระทบ
เมื่อใดที่ต้องทำ EIA ด้านเสียง?
โครงการขนาดใหญ่ เช่น ทางหลวง โรงไฟฟ้า สนามบิน และโรงงานบางประเภทมักถูกกำหนดให้ต้องจัดทำตามกฎหมาย
ใช้เวลานานเท่าใด?
โดยทั่วไป 6–12 สัปดาห์ ขึ้นกับขนาดและความซับซ้อนของโครงการ