มาตรการอนุรักษ์การได้ยิน — จัดทำให้ผ่านตรวจ และใช้ได้จริง
เมื่อลูกจ้างคนใดได้รับเสียงเฉลี่ยตลอด 8 ชั่วโมงตั้งแต่ 85 dBA ขึ้นไป กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยินเป็นลายลักษณ์อักษร ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2561 ซึ่งออกภายใต้กฎกระทรวงว่าด้วยความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 มาตรการนี้ไม่ใช่รายงานตรวจวัดเสียงหนึ่งฉบับ แต่เป็นระบบที่ต้องมีทั้งการสำรวจเสียง แผนที่เสียง การประเมินการรับสัมผัสรายบุคคล การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน อุปกรณ์ป้องกัน การอบรม การเก็บบันทึก และการทบทวนประจำปี
ปัญหาที่เราพบบ่อยไม่ใช่การไม่มีมาตรการ แต่คือมาตรการที่เขียนไว้เพื่อให้ผ่านตรวจ ตรวจวัดจุดที่สะดวก ในกะที่เงียบ แล้วลอกแบบฟอร์มจากปีก่อน ผลคือเอกสารที่ผู้ตรวจแรงงานอ่านออกว่าไม่สะท้อนความจริง และพนักงานที่ยังสูญเสียการได้ยินอยู่ Geonoise จัดทำมาตรการที่ตัวเลขทุกตัววัดได้จริง ตามวิธีที่กฎหมายกำหนด และไม่ขายที่อุดหูหรือวัสดุกันเสียงที่จะแนะนำในนั้น
กฎหมายกำหนดอะไรบ้าง
มาตรการอนุรักษ์การได้ยินตามประกาศ พ.ศ. 2561 ต้องมีองค์ประกอบครบ และต้องทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง
- นโยบายและผู้รับผิดชอบ — เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุตัวบุคคลที่รับผิดชอบแต่ละส่วน
- การสำรวจและตรวจวัดระดับเสียง — ทุกพื้นที่ที่ลูกจ้างทำงาน ด้วยเครื่องวัดที่สอบเทียบแล้ว ตามวิธีที่กฎกระทรวงกำหนด พร้อมแผนที่แสดงพื้นที่ที่ระดับเสียงตั้งแต่ 85 dBA ขึ้นไป
- การประเมินการรับสัมผัสรายบุคคล — ค่า TWA 8 ชั่วโมงของลูกจ้างแต่ละตำแหน่ง จากการวัดด้วย dosimeter หรือคำนวณจากระดับเสียงและเวลาที่อยู่ในแต่ละพื้นที่
- การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน — ครั้งแรกก่อนเริ่มงานหรือภายใน 30 วัน และตรวจซ้ำอย่างน้อยปีละครั้ง เปรียบเทียบกับค่าพื้นฐาน
- การควบคุมเสียง — ที่แหล่งกำเนิดและทางผ่าน ก่อนพึ่งอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
- อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน — เลือกตามค่าลดเสียงที่เหมาะกับระดับเสียงจริง ไม่ใช่เลือกตัวที่ถูกที่สุด
- การอบรมลูกจ้าง — ผู้ที่ทำงานในพื้นที่ตั้งแต่ 85 dBA ขึ้นไป
- การเก็บบันทึก — ผลตรวจวัด ผลตรวจการได้ยิน และการดำเนินการ เก็บไว้ให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบได้
เราทำอะไรให้
- สำรวจเสียงทั้งโรงงานด้วยเครื่องวัดระดับเสียง Class 1 ที่สอบเทียบจากห้องปฏิบัติการ ISO/IEC 17025 ในกะและสภาพการผลิตจริง ไม่ใช่ตอนเครื่องหยุดครึ่งโรงงาน
- แผนที่เสียง (noise contour map) ของพื้นที่ผลิต แสดงเส้น 80, 85 และ 90 dBA เพื่อกำหนดเขตที่ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันและเขตที่ต้องควบคุมเสียง
- การประเมินการรับสัมผัสรายตำแหน่งงานด้วย dosimeter ติดตัวลูกจ้างตลอดกะ สำหรับตำแหน่งที่เคลื่อนที่ระหว่างพื้นที่
- จัดลำดับแหล่งกำเนิดเสียงหลักด้วยการวัดแยกความถี่ และ Acoustic Camera ในกรณีที่แหล่งเสียงหลายตัวอยู่ใกล้กัน เพื่อให้เงินควบคุมเสียงไปลงที่เครื่องที่ถูก
- เอกสารมาตรการอนุรักษ์การได้ยินฉบับสมบูรณ์ ครบทุกองค์ประกอบตามประกาศ พ.ศ. 2561 พร้อมแบบฟอร์มบันทึกที่โรงงานใช้ต่อได้เอง
- การอบรมพนักงานในพื้นที่ และการทบทวนประจำปีเป็นบริการต่อเนื่อง ในกรณีที่ต้องการให้เรื่องนี้เดินเองทุกปี
ทำไมการตรวจวัดจึงเป็นหัวใจของมาตรการ
ทุกส่วนของมาตรการอ้างอิงตัวเลขจากการสำรวจ ถ้าตัวเลขต่ำกว่าความจริง พนักงานที่ควรอยู่ในโปรแกรมจะไม่ได้อยู่ ที่อุดหูที่เลือกจะไม่พอ และผลตรวจการได้ยินที่แย่ลงจะไม่มีคำอธิบาย ผู้ตรวจแรงงานที่มีประสบการณ์ดูออกว่าแผนที่เสียงถูกวัดตอนไหน เราจึงวัดในสภาพที่โรงงานทำงานจริง บันทึกสภาพการผลิตขณะวัดไว้ในรายงาน และให้ผู้วิเคราะห์ที่มีใบอนุญาตผู้วิเคราะห์เสียงจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ลงนาม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พนักงานตรวจแรงงานคาดหวังจะเห็นในรายงาน
จากมาตรการหนึ่งฉบับ สู่ระบบที่เดินเองทุกปี
มาตรการอนุรักษ์การได้ยินต้องทบทวนทุกปี และต้องปรับเมื่อมีเครื่องจักรใหม่ ผังการผลิตเปลี่ยน หรือผลตรวจการได้ยินของพนักงานเปลี่ยน โรงงานส่วนใหญ่ทำครั้งแรกอย่างดี แล้วปล่อยให้เอกสารเก่าลงทุกปีจนถูกตรวจพบ เราจึงเสนอเป็นรอบประจำปีได้ ทั้งการสำรวจซ้ำในพื้นที่ที่เปลี่ยน การอัปเดตแผนที่เสียงและรายชื่อพนักงานในโปรแกรม และการทบทวนเอกสาร เพื่อให้บันทึกสะสมต่อเนื่องเป็นหลักฐานว่านายจ้างดูแลเรื่องนี้จริง
คุณจะได้รับอะไร
- รายงานสำรวจเสียงพร้อมแผนที่เสียง ตารางระดับเสียงทุกจุด และสภาพการผลิตขณะวัด ลงนามโดยผู้วิเคราะห์ที่มีใบอนุญาต
- ตารางการรับสัมผัสรายตำแหน่งงาน (TWA 8 ชั่วโมง) และรายชื่อพนักงานที่ต้องอยู่ในโปรแกรม
- เอกสารมาตรการอนุรักษ์การได้ยินฉบับสมบูรณ์ตามประกาศ พ.ศ. 2561 พร้อมแบบฟอร์มบันทึก
- ข้อเสนอการควบคุมเสียงเรียงตามผลต่อบาท และค่าลดเสียงที่อุปกรณ์ป้องกันต้องมีในแต่ละพื้นที่
- เอกสารอบรมและบันทึกการอบรม ในกรณีที่รวมการอบรมไว้ในขอบเขต
มาตรฐานและวิธีการ
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 · ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน พ.ศ. 2561 · ISO 9612 (การประเมินการรับสัมผัสเสียงในการทำงาน) · IEC 61672-1 Class 1 · IEC 61252 (dosimeter) · เครื่องมือสอบเทียบจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025
คำถามที่พบบ่อย
โรงงานเราต้องจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยินหรือไม่?
ต้อง ถ้ามีลูกจ้างคนใดได้รับเสียงเฉลี่ยตลอดเวลาทำงาน 8 ชั่วโมงตั้งแต่ 85 dBA ขึ้นไป วิธีเดียวที่จะรู้แน่คือสำรวจเสียงในสภาพการผลิตจริง โรงงานที่มีเครื่องจักรหนัก ระบบลม หรือสายการผลิตบรรจุ มักเข้าเกณฑ์อย่างน้อยบางพื้นที่
มีรายงานตรวจวัดเสียงประจำปีอยู่แล้ว เพียงพอหรือไม่?
ไม่เพียงพอ รายงานตรวจวัดเป็นเพียงหนึ่งองค์ประกอบ มาตรการต้องมีแผนที่เสียง การประเมินรายบุคคล การตรวจการได้ยิน อุปกรณ์ป้องกัน การอบรม บันทึก และการทบทวนประจำปี ครบตามประกาศ พ.ศ. 2561 ผู้ตรวจแรงงานตรวจสอบทั้งระบบ ไม่ใช่รายงานฉบับเดียว
แผนที่เสียงคืออะไร ทำไมต้องมี?
แผนที่แสดงระดับเสียงทั่วพื้นที่ผลิต พร้อมเส้นแบ่งเขต 85 dBA ซึ่งเป็นเขตที่ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันและต้องมีป้ายเตือน เป็นเอกสารที่ผู้ตรวจแรงงานขอดูเป็นอย่างแรก และเป็นพื้นฐานของการกำหนดว่าพนักงานคนไหนต้องอยู่ในโปรแกรม
ใครเป็นผู้ตรวจวัดได้?
กฎหมายกำหนดคุณสมบัติของผู้ตรวจวัดและวิเคราะห์ ผู้วิเคราะห์ของเราถือใบอนุญาตผู้วิเคราะห์เสียงจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และรายงานลงนามโดยผู้ที่ระบุชื่อได้ ไม่ใช่ผู้รับเหมาช่วงที่ไม่ปรากฏชื่อ
ตรวจวัดตอนไหนถึงจะถูกต้อง?
ในกะและสภาพการผลิตที่พนักงานทำงานจริง รวมถึงช่วงที่เสียงดังที่สุดของรอบการผลิต การวัดตอนเครื่องบางส่วนหยุดให้ตัวเลขที่ต่ำกว่าจริง และเป็นสิ่งที่ผู้ตรวจแรงงานสังเกตได้จากบันทึกสภาพการผลิต
ต้องตรวจสมรรถภาพการได้ยินด้วยหรือไม่ และใครทำ?
ต้อง สำหรับลูกจ้างที่ได้รับเสียงตั้งแต่ 85 dBA ขึ้นไป ครั้งแรกก่อนเริ่มงานหรือภายใน 30 วัน และอย่างน้อยปีละครั้ง การตรวจการได้ยินทำโดยหน่วยงานทางการแพทย์ เราไม่ได้ให้บริการส่วนนี้เอง แต่มาตรการที่เราจัดทำระบุว่าใครต้องตรวจ เมื่อใด และผลต้องเทียบกับอะไร
ถ้าพบว่าเกิน 85 dBA ต้องแก้อย่างไร?
ลำดับที่กฎหมายและหลักวิศวกรรมกำหนดคือควบคุมที่แหล่งกำเนิดและทางผ่านก่อน แล้วจึงใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เราจัดลำดับแหล่งเสียงหลักและเสนอมาตรการเรียงตามผลต่อบาท โดยไม่ขายวัสดุหรืออุปกรณ์ที่แนะนำ
ใช้เวลานานแค่ไหน?
โรงงานขนาดกลางใช้เวลาสำรวจหน้างานหนึ่งถึงสองวัน รวม dosimeter ตลอดกะ และจัดทำเอกสารประมาณสองสัปดาห์ เราแจ้งกำหนดการพร้อมใบเสนอราคาเมื่อทราบขนาดพื้นที่และจำนวนตำแหน่งงาน
ทำเป็นบริการรายปีได้ไหม?
ได้ และเป็นวิธีที่ทำให้มาตรการไม่ล้าสมัย เราเสนอรอบประจำปีที่รวมการสำรวจซ้ำในพื้นที่ที่เปลี่ยน การอัปเดตแผนที่เสียงและรายชื่อ และการทบทวนเอกสาร ดูรายละเอียดที่บริการโปรแกรมการปฏิบัติตามกฎหมายด้านเสียงสำหรับองค์กร